Windsor สถานที่แสนสวยมีบ้านเมืองที่มีระเบียบเรียบร้อยเต็มไปด้วยกลุ่มผู้ดีอังกฤษ และชาวต่างชาติที่มาเยียมเยือนรวมถึงสีสรรค์บรรยายกาศที่ครอบคลุมด้วยบทบรรเลงเพลง Classic ตัวโนตที่บรรเลงมายาวนานด้วยทำนองและคำร้องที่สืบทอดมาหลายชั่วคนสืบต่อมาเป็นศตวรรษ รอบๆบรรยายของสวนสีเขียวที่มีชื่อ Windsor Great park ( Windsor long walk ) บริเวณด้านหน้าจะมองเห็นต้นไม้, ต้นสนที่สูงสง่างามด้วยอายุที่ยืนยาวและรายล้อมด้วยฝูงกวางและฝูงนกสัมผัสกลิ่นไอใบไม้แห้งในช่วงฤดูใบไม้ร่วงและความสดชื่นกับการตอนรับฤดูร้อนรวมถึงใบไม้ที่ต่างมีสีสรรค์สลับกับบรรยายกาศของลมหนาวที่กำลังจะมาถึงช่วงเดือนธันวาคมบรรยายกาศอบอวนที่แสนประทับใจชวนให้ตื่นตาตื่นใจมองดูด้านหน้าของปราสาทวินเซนด์ที่มี 2 ทหารองค์ลักษณ์รักษาพระองค์ยืนตรงสง่างาม มองไปไม่ไกลจากรูปปั้นของ Queen Victorian พระนางเจ้าอังฤษที่ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ ด้านหน้าของประสาทอยู่ไม่ไกลจากริมแม่นำ้ Thames ที่รายล้อมไปด้วยฝูงปลาฝูงหงส์สีขาวต่างมีห่วงวงแหวนช่วงข้อซ้ายแสดงความมีเจ้าของซึ่งป็นตราสัญลักษณ์ของ Queen Elizabeth II สถานที่แห่งนี้มีเรื่องราวหลากหลายชีวิตรวมถึงชีวิตเล็กๆของคนผู้หญิงไทยคนหนึ่ง.
Is money everything? Money can’t buy friends and love.
Money is a false god. Most of the world believes that it will give them all they desire. It doesn’t and won’t. When people believe that money is the answer to everything, instead of food and shelter, then they can live this lie into severe depression. It is well know that lottery winners in the USA are quickly in debt and often go into bankruptcy.
The
things that really mean something to us are always free: The moon, the stars, your friends, your
loves. Even you dog or cat is free in
the local shelter.
Image the man or woman who has a bad day and
decides that buying a new pair of shoes will make them happy. This feeling is temporary. And if people don’t learn about money, they
will repeat this again and again. It is
a bottomless pit of desire.
So money is never the answer. Having enough is sufficient. And if you do have much more than be grateful
for what you have and cherish them.
Success is
in ourselves. Happiness is in our hearts.
If you
want fame is then you have to earn it.
If you want to keep fame you must stay humble and nurture that fame.
In the end we all die. You can’t take homes, airplanes, boats or
political power to the The Great Beyond.
Is money everything?
Money can’t buy friends and love.
Money is a false god. Most of the world
believes that it will give them all they desire. It doesn’t and won’t.
When people believe that money is the answer to everything, instead of food and
shelter, then they can live this lie into severe depression. It is well know that lottery winners in the
USA are quickly in debt and often go into bankruptcy.
Image the man or woman who has a bad day and
decides that buying a new pair of shoes will make them happy. This feeling is temporary. And if people don’t learn about money, they
will repeat this again and again. It is
a bottomless pit of desire.
The things that really mean something to us are always free: The moon, the stars, your friends, your
loves. Even you dog or cat is free in
the local shelter.
So money is never the answer. Having enough is sufficient. And if you do have much more than be grateful
for what you have and cherish them.
Success is in ourselves. Happiness is in our hearts.
If you want fame is then you have to earn it.
If you want to keep fame you must stay humble and nurture that fame.
In the end we all die. You can’t take homes, airplanes, boats or
political power to the The Great Beyond.
รรินนั่งเขียนจม.ถึงศิวะ เสียงแววๆมาจากห้องใต้หลังคาบางครั้งจะได้ยินเสียงดังเหมือนเสียงนกบินและเสียงของฝาผนังกระทบกับแผ่นไม้เก่าๆ ทันใดนั้นมาตินเดินเข้ามาถาม “What are you doing my darling รริน”? รรินยิ้มด้วยใบหน้าที่สดชื่นหลังจากที่ได้สูญอากาศยามเช้ามืดจากริมแม่นำ้ Thames ในฤดูใบไม้ผลิตรรินถามมาติน “ว่าวันนี้เราไปจะเดินเล่นที่ Park ริมแม่นำ้ Thames ไหมค่ะ”? มาตินตอบรับ “Yes,we can” ด้วยใบหน้าอันหล่อเหลาและสำเนียงสไตน์ผู้ดีอังกฤษแท้แต่ใบหน้าของมาตินซ่อนเร้นความรู้สึกบางอย่างที่เก็บไว้เหมือนไม่อยากให้รรินได้เห็นหรือสัมผัสอารมณ์ที่แท้จริงของเค้าได้รรินใช้ชีวิตอยู่กับมาตินมาเกือบ 5 ปีแล้ว รรินแทบจะไม่รู้จักตัวตนหรือความคิดที่แท้จริงของมาตินเลย มาตินมีรูปหน้าเหมือนรูปปั้นพระเจ้ากรีซ Apollo ที่คมชัด, จมูกโด่ง,ดวงตาสีนำ้ตาลและผมสีดำ มาตินมีท่าท่างเป็นผู้ดีการแต่งกายเหมือนผู้ชายอังกฤษในหนัง English Classic ดูสุขุม,สงบนิ่งกิริยาทและมารยาทสเมือนเติบโตมาจากสังคมชั้นสูงจบการศึกษาชั้นยอดมาจากโรงเรียน Eton College มาตินใช้ชีวิตการทำงานด้านศิลปะมาตลอดเค้าเป็น Art dealer มาตินรักรรินและหวงมากไม่อยากให้ออกไปทำงานข้างนอกและไม่อยากให้เจอสังคมภายนอกมากอยากให้รรินเขียนรูปอยู่กับบ้านและใช้ชีวิตด้วยกันส่วนใหญ่ไปเล่นเทนนิสและท่องเที่ยวมาตินเริ่มเดินทางมากขึ้นรรินต้องใช้ชีวิตอยู่ในบ้าน The Moon Cottage on Thames เพียงลำพังเสมอๆในช่วงดึกคืนวันหนึ่งรรินเริ่มรู้สึกหนาวเยือกเย็นในบ้านหลังนี้ในคืนนั้นรรินฝันเห็นผู้ชายแก่มาเข้าฝันพยายามจะบอกอะไรบางอย่างกับรรินแต่รรินยังไม่เข้าใจด้วยสำเนียงและภาษาอังกฤษที่รรินยังไม่ดีพอรรินสะดุ้งตื่นกลางดึกตอนตี 3 ของวันที่มองเห็นพระจันทร์เพียงครึ่งซีกมีเมฆหมอกในคำ่คืนนี้ รรินรู้สึกเหมือนครึ่งหลับครึ่งตื่น “ฉันคงเหงามากและหนาวมาก” รอบๆข้างของรรินเต็มไปด้วยบรรยายกาศที่ดูเยือกเย็นมีแต่ความว่างเปล่าของห้องสีครีมผสมสีเทาอ่อน อืม “ฟังเพลงหรือเปิดทีวีดีกว่า” รรินบอกกลับตัวเอง ทันใดนั้นเธอได้ยินเสียงจากห้องใต้หลังคาดังแก๊กๆและเสียงของลมโหยหวนจากข้างนอกรรินรีบวิ่งไปปิดประตูและล็อคกลอนอีกชั้นหนึ่งรรินพยายามมองออกไปในช่องรูเล็กของกลอนประตูเพื่อที่จะให้แน่ใจว่าไม่มีใครเข้ามาในบ้านยามวิกาลคืนนี้รรินมองทะลุช่องรูเล็กๆของกลอนประตูในใจของรรินที่เต็มไปด้วยคำถามจากความคิดที่เริ่มหวาดระแวงของรริน “ถ้ามีขโมยเข้ามาในบ้านเราจะทำอย่างไรดี” รรินคิดอยู่ในใจคนนะน่ากลัวกว่าผีอีก” รรินเริ่มจินตนาการกับเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่อาจจะเกิดขึ้น เธอนึกถึงเชือกไนลอนที่แข็งแรงยาวประมาณ 10 เมตร จะเอาไว้ผูกกับหน้าต่างชั้น 2 ในห้องนอนของรรินและมาติน ซึ่งมองลงไปด้านล่างจะเห็นสวนหลังบ้านที่ไม่ได้ติดกับเพื่อนบ้าน บรรยากาศในสวนใหญ่นี้ช่างดูว้าเหว่และลึกลับบ้านหลังนี้มี 7 ห้องนอนแต่ละห้องตกแต่งไปด้วย Wall Paper สีครีมและสีเทาบ้านหลังนี้มีการตกแต่งด้วย Wallpaper ลายดอกกุหลาบตามสไตน์ English Roses เป็น Wallpaper เก่าทีมีคุณภาพดีแต่โบราณ โบราณ รรินเริ่มวิตกกังวลกับการอยู่คนเดียวเมื่อมาตินต้องเดินทางเป็นเดือนๆรรินเริ่มใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ที่ London เพื่อไม่ให้จิตใจฟุ้งซ่านวันหนึ่งรรินได้เยี่ยมดูผลงานศิลปะที่ Royal Academy of Art; Monet ศิลปินยุค Impesstionist ในเย็นวันนั้นกลับบ้านมาด้วยความเหนื่อยหล้าแต่เต็มไปด้วยความสุขหลังจากได้ดูศิลปะของศิลปินที่มีชื่อเสียงของโลก “วันนี้โชคดีจริงๆที่ได้ชมผลงานมากมายจากนักสะสมทั่วโลกของ Monet เข้าแถวเกือบ 2 ชั่วโมงแต่ช่างคุ้มค่าจริงๆเลย” รรินรู้สึกประทับในผลงานศิลปะของ Monet เป็นอย่างมากทันใดนั้นเธอได้ยินเสียงประตูปิดดัง ปัง! รรินตกใจมากเพราะเธอจำได้ว่าได้ปิดประตูหน้าบ้านแล้วเธอรู้สึกขนลุกขึ้นมาทันที “บ้านหลังนี้อยู่ไม่ได้แล้ววันนี้ไปค้างคืนบ้านพี่ฝนดีกว่า” รรินเก็บเสื้อผ้าอย่างรวดเร็วและหนุนหันออกจากบ้านทันที รรินเดินออกมาด้านหน้าบ้านที่มีต้นสนต้นไม้ใหญ่ที่มีอายุเกือบร้อยปีแต่มีลำต้นขนาดใหญ่กลับแยกออกมา 2 ลำต้นใหญ่สูง 20 เมตรเหมือนต้นไม้แฝดซึ่งมองจากดูน่ากลัวมากในยามพระจันทร์เป็นสีเหลืองดังคำ่คืนวันนี้.
ผ่านไปอีก3วันเราจะฝันเห็นอะไรอีกหนอ”Please give me win a lottery number on this Saturday ., Sir” รรินบ่นพึมพัมเสียงทีวีแซกเป็นบทเพลงคลาสคิกของ Chopin ; Funeral March ในทำนองใช้สำหรับพิธีศพถึงการอาลัยของการจากไปของคนตายเสียงลมหวนจากนอกหน้าต่างฟังแล้วหดหู่เหมือนบทสวดที่ช่างโหยหวนถึงจากไปอย่างไม่หวนกลับมา”อุ้ย ตายแล้ว เราจะจิตนาการมากไป “good night รริน” หลังจากนั้นรรินก็พยายามข่มตานอนให้หลับแต่รรินยังหวาดระแวงและไม่อาจจะข่มใจนอนได้สนิทในคำ่คืนนี้ที่หนาวจับใจและแล้วเธอก็ฝันถึงเด็กผู้ชายคนหนึ่งแต่ฝันนั้นไม่ได้ดูน่าสะพึงกลัวเหมือนเมื่อคืนก่อนหน้านี้ทำให้รรินนอนหลับสบายอย่างไม่กังวลจนถึงเช้าวันใหม่.
เช้าวันนี้รรินตั้งใจค้นหาว่าใครเป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ก่อนที่มาตินจะซื้อบ้านหลังนี้มาหมู่บ้าน Englefield Green แถวนี้มีร้านอาหาร Italy และ The Pub อันเก่าแก่มีชื่อเสียงในหมู่บ้านใกล้ถนน Copper Hill มีสุสานเก่าและไม่ไกลจาก Air Force Memoriam – War II. รรินคิดว่าน่าจะมีคนพื้นที่ที่อาศัยอยู่แถวนี้และอาจจะรู้จักกับเจ้าของบ้านเดิมของบ้านThe Moon Cottage on Thames วันนี้ได้รับจดหมายตอบกลับจากศิวะเวลาผ่านมา 2 ปีมาแล้วที่ศิวะจบโทที่ Chelsea College of Arts และกลับไปอยู่เมืองไทยเป็นอาจารย์สอนศิลปะที่มหาวิทยาลัยชื่อดังของกรุงเทพ เมื่อก่อนหน้านี้เวลาเข้าไปลอนดอนเรามักจะไปหาศิวะที่มหาวิทยลัยและไปเดินเล่นที่ Tate gallery ด้วยกันเสมอเสียดายจังที่ศิวะกลับไปแล้วไม่อย่างนั้นศิวะคงจะช่วยรรินตามหาเจ้าของบ้านเดิมได้แน่นอนเพราะเค้ามีกลยุทธ์ในการหาข้อมูลและศิวะพูดภาษาอังกฤษได้ดีเยี่ยม จะได้พูดคุยกับคุณยายข้างบ้านสำเนียงออก Scottish People ซึ่งรรินฟังไม่รู้เรื่องเลย.